หลายคนที่กำลังวางระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ในอาคารมักเข้าใจว่า Heat Detector และ Smoke Detector ใช้แทนกันได้ทุกจุด เพราะทำหน้าที่เดียวกันคือแจ้งเตือนเมื่อเกิดเพลิงไหม้ แต่ในความเป็นจริงอุปกรณ์ทั้งสองชนิดตรวจจับสัญญาณคนละแบบ และเหมาะกับพื้นที่ที่ต่างกันอย่างชัดเจน การเลือกผิดจุดอาจทำให้ระบบแจ้งเตือนช้าเกินไป หรือเกิด False Alarm บ่อยจนกวนใจผู้ใช้อาคาร บทความนี้จะอธิบายความต่างของอุปกรณ์ทั้งสองชนิด พร้อมแนวทางเลือกติดตั้งให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่

Heat Detector vs Smoke Detector ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี

Heat Detector กับ Smoke Detector ต่างกันอย่างไร?

ความต่างหลักอยู่ที่สัญญาณที่อุปกรณ์แต่ละชนิดใช้ตรวจจับ สรุปภาพรวมได้ดังตาราง

รายการ

Smoke Detector

Heat Detector

ตรวจจับอะไร

อนุภาคควันในอากาศ

การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ

ความไวต่อไฟคุ (Smoldering)

ไวมาก แจ้งเตือนได้ตั้งแต่ยังไม่มีเปลวไฟ

ไวน้อยกว่า ต้องรอให้อุณหภูมิสูงขึ้นก่อน

ความเสี่ยง False Alarm

สูงกว่าในพื้นที่มีควัน ไอน้ำ หรือฝุ่นเป็นปกติ

ต่ำกว่า เพราะไม่ตอบสนองต่อควันหรือฝุ่น

พื้นที่ที่เหมาะสม

ห้องพัก สำนักงาน ทางเดิน พื้นที่ทั่วไป

ห้องครัว โรงจอดรถ พื้นที่มีฝุ่นควันเป็นปกติ



กล่าวโดยสรุปคือ Smoke Detector เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความไวสูงและไม่มีควันหรือไอน้ำรบกวนเป็นปกติ ส่วน Heat Detector เหมาะกับพื้นที่ที่มีควันหรือฝุ่นละอองเป็นเรื่องปกติของการใช้งาน ซึ่งถ้าติดตั้ง Smoke Detector ในจุดเหล่านี้จะเสี่ยงเกิด False Alarm บ่อยจนอาจทำให้ผู้ใช้อาคารเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนจริงในที่สุด

ควรเลือกติดตั้งจุดไหนดี? ระหว่าง Smoke กับ Heat Detector

●        ห้องนอน ห้องพัก สำนักงาน ทางเดิน ล็อบบี้: เลือก Smoke Detector เพราะต้องการความไวสูงและพื้นที่เหล่านี้ไม่มีควันหรือไอน้ำรบกวนตามปกติ

●        ห้องครัว โรงอาหาร ห้องซักรีดที่มีไอน้ำ: เลือก Heat Detector เพื่อลดโอกาสเกิด False Alarm จากไอน้ำหรือควันจากการปรุงอาหาร

●        โรงจอดรถ ห้องเครื่องยนต์ พื้นที่ที่มีไอเสียหรือฝุ่นละอองเป็นปกติ: เลือก Heat Detector ด้วยเหตุผลเดียวกัน

●        โกดัง โรงงาน หรือพื้นที่ที่มีฝุ่นจากกระบวนการผลิต: ควรให้วิศวกรประเมินเป็นกรณีไป บางจุดอาจต้องใช้ Heat Detector ทั้งหมด หรือใช้ Smoke Detector รุ่นที่ออกแบบมาทนฝุ่นโดยเฉพาะ

●        ห้องเซิร์ฟเวอร์ ห้องไฟฟ้า ห้องเก็บเอกสารสำคัญ: มักเลือก Smoke Detector เพราะต้องการความไวสูงสุด ความเสียหายจากไฟไหม้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกิดขึ้นเร็วมาก

Heat Detector vs Smoke Detector ต่างกันอย่างไร

ใช้ Smoke และ Heat Detector ร่วมกันในอาคารเดียวได้ไหม?

ใช้ร่วมกันได้ และในอาคารขนาดกลางถึงใหญ่ส่วนมากก็เลือกใช้ทั้งสองชนิดผสมกันตามลักษณะพื้นที่อยู่แล้ว ไม่ได้เลือกใช้แบบเดียวทั้งอาคาร นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์แบบ Combination ที่รวมการตรวจจับควันและความร้อนไว้ในตัวเดียวกัน เหมาะกับจุดที่ต้องการความครอบคลุมสูงเป็นพิเศษ เช่น พื้นที่เสี่ยงสูงที่ทั้งควันและอุณหภูมิอาจเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญพอๆ กัน

สำหรับใครที่ตัดสินใจแล้วว่าจุดไหนควรใช้ Smoke Detector สามารถดูรุ่นที่มีจำหน่ายจริงได้ ซึ่งมีให้เลือกหลายแบรนด์ตามงบประมาณและมาตรฐานที่ต้องการ

มาตรฐานที่ควรมองหาก่อนเลือกซื้อ

ไม่ว่าจะเลือก Smoke หรือ Heat Detector สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนเสมอคืออุปกรณ์ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องกับระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้หรือไม่ และเหมาะสมกับข้อกำหนดของหน่วยงานควบคุมอาคารในพื้นที่ที่ติดตั้ง เพราะอุปกรณ์ที่ไม่ผ่านมาตรฐานอาจตรวจจับได้ช้ากว่าที่ควร หรือเกิด False Alarm บ่อยจนกระทบการใช้งานจริง

หากยังไม่แน่ใจว่าอาคารของคุณควรใช้ Smoke Detector, Heat Detector หรือผสมกันแบบไหน ทีมงาน Greatest Safety ให้บริการออกแบบระบบ Fire Alarm พร้อม รับติดตั้ง Smoke Detector โดยทีมงานที่มีประสบการณ์ตรง

คำถามที่พบบ่อย

Heat Detector เหมาะกับห้องครัวจริงไหม?

เหมาะครับ เพราะห้องครัวมีไอน้ำและควันจากการปรุงอาหารเป็นปกติ ถ้าติดตั้ง Smoke Detector ในจุดนี้มักเกิด False Alarm บ่อย Heat Detector ที่ตรวจจับอุณหภูมิแทนควันจึงเหมาะสมกว่า

ติดตั้ง Smoke Detector ในพื้นที่ที่มีฝุ่นเยอะได้ไหม?

ได้ แต่ต้องเลือกรุ่นที่ออกแบบมาทนฝุ่นโดยเฉพาะ หรือเปลี่ยนไปใช้ Heat Detector แทนหากพื้นที่นั้นมีฝุ่นเป็นปกติของการใช้งาน เพื่อลดปัญหาการแจ้งเตือนผิดพลาด

Smoke Detector กับ Heat Detector ราคาต่างกันไหม?

โดยทั่วไป Heat Detector มักมีราคาต่อตัวใกล้เคียงหรือถูกกว่า Smoke Detector เล็กน้อย แต่ราคาจริงขึ้นอยู่กับแบรนด์และรุ่นที่เลือกใช้ ควรเทียบราคาตามสเปกที่ต้องการมากกว่าดูจากประเภทเพียงอย่างเดียว

อาคารเดียวกันจำเป็นต้องใช้ทั้งสองแบบไหม?

อาคารขนาดกลางถึงใหญ่ส่วนมากมักต้องใช้ทั้งสองแบบผสมกันตามลักษณะพื้นที่ เพราะแต่ละโซนมีความเสี่ยงและสภาพแวดล้อมต่างกัน ควรให้วิศวกรออกแบบระบบเป็นผู้ประเมินตามผังอาคารจริง

Detector ชนิดไหนตอบสนองไวกว่ากัน?

โดยทั่วไป Smoke Detector ตอบสนองไวกว่าในกรณีไฟคุแบบช้าๆ ที่มีควันก่อนเปลวไฟ ส่วน Heat Detector จะตอบสนองไวกว่าในกรณีไฟลุกไหม้เร็วที่อุณหภูมิเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงควรเลือกตามลักษณะความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่มากกว่าตัดสินจากความไวเพียงอย่างเดียว